วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เฉลยแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ม.2 หน่วยที่ 3 ธาตุและสารประกอบ

หน้า 95
1. จงอธิบายความหมายของธาตุ พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบ 
(ธาตุ หมายถึง สสารที่ประกอบด้วยอนุภาคเพียงชนิดเดียว 
ไม่สามารถนำมาแยกสลายให้กลายเป็นสารอื่น ๆ ได้ โดยวิธีการทางเคมี เช่น 
แก๊สออกซิเจน 1 โมเลกุล ประกอบด้วย อนุภาคของธาตุออกซิเจน 2 อะตอม)
2 น้ำหวาน น้ำตาลทราย น้ำคลอง แก๊สออกซิเจน สารชนิดใดไม่สามารถแยกได้
โดยวิธีการทางกายภาพ เพราะเหตุใด
(น้ำตาลทรายและแก๊สออกซิเจน ไม่สามารถแยกได้โดยวิธีการทางกายภาพ 
เพราะจัดเป็นสารบริสุทธิ์ มีองค์ประกอบเป็นสารเพียง 1 ชนิดเท่านั้น)













3 จากแผนภูมิปริมาณของธาตุต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบของโลก 
ธาตุที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก คือธาตุชนิดใด และมีปริมาณเท่าไร 
(ธาตุออกซิเจน มีประมาณ 51%)
4 แคลเซียมและฟอสฟอรัสเป็นธาตุที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน
ในร่างกายมีปริมาณเท่าไร ตามลำดับ 
(มีแคลเซียม 1.5% และมีฟอสฟอรัส 1% ตามลำดับ)
5 ถ้านักเรียนมีน้ำหนัก 40 กิโลกรัม จะมีออกซิเจนเป็นส่วนประกอบในร่างกายเท่าไร 
(26 กิโลกรัม)
หน้า 98-102
1 สัญลักษณ์ธาตุคืออะไร
(สัญลักษณ์ธาตุ คือ เครื่องหมายซึ่งใช้แทนชื่อธาตุเพื่อให้เข้าใจตรงกันเป็นสากล)
2 สัญลักษณ์ธาตุที่นักเรียนรู้จักมีแบบใดบ้าง จงยกตัวอย่างประกอบ
(มี 2 แบบ คือ    1. สัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นรูปภาพ เช่น          แทนคาร์บอน         แทนออกซิเจน
        แทนไฮโดรเจน ให้นร.เติมสัญลักษณ์ลงในช่องเอง
                          2. สัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นตัวอักษร เช่น  C แทนคาร์บอน  O  แทนออกซิเจน
 
H แทนไฮโดรเจน  K แทนโพแทสเซียม)
3 สัญลักษณ์ที่จอห์น ดอลตัน เสนอให้ใช้มีลักษณะอย่างไร พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
(สัญลักษณ์แบบรูปภาพ โดยกำหนดให้ใช้รูปวงกลมที่มีสีหรือรายละเอียดภายในวงกลม
แตกต่างกัน เช่น         แทนออกซิเจน           แทนไนโตรเจน) ให้นร.เติมสัญลักษณ์ลงในช่องเอง
4 จงเขียนสัญลักษณ์ธาตุเป็นแบบตัวอักษร จากสัญลักษณ์ธาตุแบบรูปภาพ
ที่กำหนดให้ต่อไปนี้    








5 จากตารางธาตุ ธาตุที่อยู่ในหมู่ 4A คาบที่ 2 คือธาตุอะไร 
(ธาตุคาร์บอน)  
6 เงินเป็นโลหะที่นำไฟฟ้าได้ดีที่สุด ให้นักเรียนเขียนสัญลักษณ์ของธาตุเงิน
พร้อมทั้งระบุหมู่และคาบ ตามลำดับ 
(สัญลักษณ์ของธาตุ คือ Ag อยู่หมู่ 1B คาบที่ 5)
7 จากตารางธาตุ แคลเซียม (Ca) ไนโตรเจน (N) ออกซิเจน (O) ซิลิคอน (Si) และคลอรีน 
ธาตุเหล่านี้อยู่ในคาบและหมู่ใดตามตารางธาตุ
(แคลเซียม อยู่หมู่ 2A คาบ 4
ไนโตรเจน อยู่หมู่ 5A คาบ 2
ออกซิเจน อยู่หมู่ 6A คาบ 2
ซิลิคอน อยู่หมู่ 4A คาบ 3
คลอรีน อยู่หมู่ 7A คาบ 3) 

กิจกรรมที่ 3.1 เรื่อง ศึกษาสมบัติของธาตุในธรรมชาติ 

1 ปัญหาของการทำกิจกรรมนี้คืออะไร
(ธาตุแต่ละชนิดมีสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร)
2 นักเรียนคาดคะเนว่าสารแต่ละชนิดมีสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
(อาจมีสมบัติบางอย่างคล้ายกัน เช่น สถานะ สี การนำไฟฟ้า แต่อาจมีสมบัติบางอย่างแตกต่างกัน)
คำถามหลังกิจกรรม
1 ผลการศึกษาสมบัติของธาตุแต่ละชนิดเป็นไปตามที่นักเรียนคาดคะเนหรือไม่ อย่างไร 
(เป็นไปตามที่คาดคะเน คือ ธาตุแต่ละชนิดอาจมีสมบัติบางอย่างคล้ายกัน 
แต่มีสมบัติบางอย่างแตกต่างกัน เช่น กำมะถันกับแมกนีเซียม 
มีสถานะเป็นของแข็งเหมือนกัน แต่มีสีและสมบัติ อื่น ๆ ต่างกัน คือ 
กำมะถันมีสีเหลือง เปราะ ไม่นำไฟฟ้าและไม่นำความร้อน จุดเดือด-จุดหลอมเหลวต่ำ 
ส่วนแมกนีเซียม มีสีเงิน เป็นมันวาว แข็งและเหนียว นำไฟฟ้าได้ จุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง)
2 นักเรียนได้ศึกษาสมบัติของธาตุแต่ละชนิดด้วยวิธีการใดบ้าง จงอธิบาย
( 1. สังเกตสมบัติทางกายภาพภายนอกโดยใช้ประสาทสัมผัส
  2. ทำการทดลองเพื่อศึกษาสมบัติทางกายภาพอื่น ๆ เช่น การนำไฟฟ้า
การนำความร้อน การละลายน้ำ ความแข็ง  
  3. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพและสมบัติทางเคมีอื่น ๆ จากอินเทอร์เน็ตและหนังสือต่าง ๆ)
3 ธาตุที่นักเรียนไปศึกษามามีธาตุชนิดใดบ้างที่มีสมบัติคล้ายคลึงกัน จงยกตัวอย่างประกอบ 
(กำมะถันและไอโอดีนมีสมบัติบางประการคล้ายกัน เช่น สถานะของแข็ง ไม่นำไฟฟ้า
ไม่นำความร้อน เปราะ และจุดหลอมเหลวใกล้เคียงกัน)
 4 ให้นักเรียนรวบรวมสมบัติของธาตุทุกชนิดที่นักเรียนทุกคนในห้องได้ไปศึกษา
มาแล้วนำมาจำแนกประเภทของธาตุ พร้อมทั้งระบุเกณฑ์ในการจำแนก
























การนำไปใช้

5 ถ้านักเรียนใช้ความเป็นโลหะเป็นเกณฑ์จะจำแนกประเภทของธาตุได้กี่ประเภท อะไรบ้าง 
(2 ประเภท คือ ธาตุที่เป็นโลหะ ได้แก่ ทองแดง เงิน เหล็ก และปรอท
และธาตุที่เป็นอโลหะ ได้แก่ แกรไฟต์ กำมะถัน ออกซิเจน และโบรมีน)
6 ธาตุที่เป็นโลหะและอโลหะมีสมบัติแตกต่างกันอย่างไรบ้าง 
(-สมบัติของโลหะ คือ นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี 
มีสถานะเป็นของแข็ง ยกเว้นปรอทเป็นของเหลว เป็นมันวาว  
ความหนาแน่นสูง จุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง ตีเป็นแผ่นและดึงเป็นเส้นได้
- สมบัติของอโลหะ คือ  ไม่นำไฟฟ้าและไม่นำความร้อน มีได้ทั้ง 3 สถานะ 
ยกเว้นแกรไฟต์ ไม่ส่องประกายแวววาว ถ้าเป็นของแข็งจะเปราะแตกง่าย 
ความหนาแน่นต่ำ จุดเดือดและจุดหลอมเหลวต่ำ)











7 จากตาราง นักเรียนบอกได้หรือไม่ว่าธาตุใดเป็นโลหะ และธาตุใดเป็นอโลหะ     
(ธาตุที่เป็นโลหะ ได้แก่ ปรอท เหล็ก โซเดียม และแมกนีเซียม
ธาตุที่เป็นอโลหะ ได้แก่ ไฮโดรเจน กำมะถัน คลอรีน โบรมีน ออกซิเจน และไอโอดีน)
8 จากตาราง ซิลิคอนควรเป็นโลหะ อโลหะ หรือกึ่งโลหะ เพราะเหตุใด 
(เป็นธาตุกึ่งโลหะ เพราะจุดเดือด จุดหลอมเหลวสูง นำไฟฟ้าได้เล็กน้อย เป็นของแข็งมันวาว
ซึ่งมีสมบัติบางอย่างคล้ายโลหะและบางอย่างคล้ายอโลหะ จึงจัดเป็นธาตุกึ่งโลหะ)
9 ธาตุที่เป็นโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันด้านใดบ้าง 
พร้อมยกตัวอย่างประกอบ 
(- ประโยชน์ของโลหะ เช่น ทองแดงนำมาทำสายไฟฟ้า 
ทองคำและเงินใช้ทำเครื่องประดับ ปรอทใช้บรรจุในเทอร์มอมิเตอร์เพื่อบอกระดับอุณหภูมิ 
อะลูมิเนียม ใช้ทำภาชนะหุงต้ม เหล็กใช้ทำมีดหรืออุปกรณ์ที่ต้องการความแข็งแกร่ง
- ประโยชน์ของอโลหะ เช่น แกรไฟต์ ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าในถ่านไฟฉาย ใช้ทำไส้ดินสอ
ออกซิเจน เป็นแก๊สที่ใช้ในการหายใจของสิ่งมีชีวิต เป็นปัจจัยสำคัญในการเผาไหม้เชื้อเพลิง
- ประโยชน์ของกึ่งโลหะ เช่น ซิลิคอน ใช้เป็นวัตถุกึ่งตัวนำในวงจรอิเล็กทรอนิกส์  
ใช้เป็นส่วนประกอบในการประดิษฐ์เซลล์สุริยะ)
10 ธาตุ A เป็นของแข็ง ส่องประกายแวววาว นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี
มีความหนาแน่น 7.8 กรัม ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร จุดเดือด 1,090   ํC 
จุดหลอมเหลว 650   ํC ธาตุ A  ควรเป็นโลหะหรืออโลหะ เพราะเหตุใด 
(เป็นโลหะ เพราะเมื่อพิจารณาจากสมบัติจะคล้ายโลหะ คือ นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี
มีความหนาแน่นสูง จุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง)


ธาตุกัมตรังสี
1 จงอธิบายความหมายของธาตุกัมมันตรังสี พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบ
(ธาตุกัมมันตรังสี คือ ธาตุที่สามารถสลายตัวและแผ่รังสีออกมาได้ เช่น ยูเรเนียม เรเดียม โคบอลต์-60)
2 นักเรียนจะรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และโทษของธาตุกัมมันตรังสี 
รวมทั้งแนวทางในการป้องกันและหลีกเลี่ยงกัมมันตภาพรังสีต่อชุมชน ประเทศอาเซียน 
หรือโลกของเราได้อย่างไร 
(จัดรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับธาตุกัมมันตรังสี รวมทั้งแนวทางในการป้องกันและหลีกเลี่ยงกัมมันตรังสี 
โดยใช้การจัดป้ายนิเทศ การแข่งขันตอบปัญหา การประกวดคำขวัญ 
ประกวดละครต่อต้านการใช้กัมมันตรังสีในอาหาร)
3 อาหารและผลผลิตทางการเกษตรที่ผ่านการฉายรังสีจะมีเครื่องหมายและข้อความที่ระบุว่า
ฉายรังสี กำกับไว้ เพื่อให้คนทั่วโลกได้เข้าใจตรงกัน เครื่องหมายดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร












กิจกรรมรื่อง กล่องปริศนา

               1 ปัญหาของการทดลองนี้คืออะไร
(ลักษณะและส่วนประกอบภายในกล่องปริศนาระหว่างการใช้ประสาทสัมผัสกับ
การใช้ลวดโลหะสอดเข้าไปภายในกล่องเหมือนหรือต่างกัน อย่างไร)

2 นักเรียนคาดคะเนว่ามโนภาพเกี่ยวกับลักษณะและส่วนประกอบภายในกล่องปริศนา 
ที่ได้จากการใช้ประสาทสัมผัส และเมื่อใช้อุปกรณ์ คือ ลวดโลหะ ช่วยในการศึกษา แบบใด
จะได้มโนภาพใกล้เคียงกับเมื่อเปิดฝากล่องออกดูมากกว่ากัน เพราะเหตุใด 
(การใช้อุปกรณ์ คือ ลวดโลหะ ช่วยในการศึกษาน่าจะให้มโนภาพที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่า 
เพราะการใช้อุปกรณ์สามารถรวบรวมข้อมูลได้มากกว่า 
จึงได้มโนภาพที่ใกล้เคียงกว่าไม่ใช้อุปกรณ์ใด ๆ)

3 นักเรียนมีวิธีการศึกษาลักษณะและส่วนประกอบภายในกล่องปริศนาโดยไม่เปิดฝากล่องอย่างไร
จึงจะได้ข้อมูลใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด 
(ใช้อุปกรณ์ช่วยในการศึกษา ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง และรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกหลาย ๆ คน 
จึงนำข้อมูลทั้งหมดมาลงข้อสรุปเป็นมโนภาพ)

1 ผลการศึกษาเป็นไปตามที่นักเรียนคาดคะเนหรือไม่ 
(เป็นไปตามที่คาดคะเนไว้ คือ เมื่อใช้ลวดสอดเข้าไปภายในกล่อง
จะได้มโนภาพใกล้เคียงกับของจริงมากกว่าการใช้ประสาทสัมผัสเพียงอย่างเดียว)
2 จงเปรียบเทียบมโนภาพของลักษณะและส่วนประกอบภายในกล่องปริศนา 
ที่ได้มาโดยการใช้ประสาทสัมผัสอย่างเดียวกับมโนภาพที่ได้จากการทดสอบ โดยใช้ลวดโลหะ
สอดเข้าไปภายในกล่องว่าแบบใดใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่ากัน
(มโนภาพของลักษณะและส่วนประกอบภายในกล่องปริศนาที่ได้จากการทดสอบ 
โดยใช้ลวดโลหะสอดเข้าไปภายในกล่องใกล้เคียงกับความจริงมากกว่า)
3 มโนภาพของนักเรียนแต่ละกลุ่มเกี่ยวกับลักษณะและส่วนประกอบภายใน
กล่องปริศนาเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
(บางกลุ่มคล้ายกัน แต่บางกลุ่มแตกต่างกัน)
4 เพราะเหตุใดมโนภาพเกี่ยวกับลักษณะและส่วนประกอบภายในกล่องปริศนา
ของแต่ละกลุ่มจึงแตกต่างกัน
(เพราะแต่ละกลุ่มมีประสบการณ์แตกต่างกัน จึงทำให้การนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต
มาลงข้อสรุปเป็นมโนภาพแตกต่างกัน)
5 แบบจำลองอะตอมคืออะไร และมีวิธีการศึกษาอย่างไร
(แบบจำลองอะตอม คือ มโนภาพเกี่ยวกับอะตอมของนักวิทยาศาสตร์
ที่ได้มาจากการนำข้อมูลที่ได้จากการทดลองและจากการศึกษา โดยใช้เครื่องมือบางชนิด
มาสร้างเป็นมโนภาพของแบบจำลองอะตอม)
6 จงยกตัวอย่างแบบจำลองอะตอมที่นักเรียนรู้จักมา 2 ตัวอย่าง













สรุปผลการทำกิจกรรม

“แบบจำลองอะตอม คือ มโนภาพเกี่ยวกับอะตอมของนักวิทยาศาสตร์
ที่ได้มาจากการนำข้อมูลจากการทดลองมาสร้างเป็นมโนภาพของอะตอมขึ้นมา 
และเมื่อมีอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้นอาจทำให้ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น
จึงทำให้แนวคิดเกี่ยวกับแบบจำลองอะตอมเปลี่ยนแปลงไปได้”


เรื่อง อะตอมและโมเลกุลของสาร

1 อนุภาคมูลฐานของอะตอมมีกี่ชนิด อะไรบ้าง
(3 ชนิด คือ โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน)
2 อนุภาคที่เป็นส่วนประกอบสำคัญภายในนิวเคลียสของอะตอมคืออะไร
(โปรตอน และนิวตรอน)
3 โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน มีสมบัติแตกต่างกันอย่างไร
(โปรตอน         มีประจุ + 1        มีมวล 1.6725 × 10-24   กรัม
 นิวตรอน        ไม่มีประจุ          มีมวล 1.6748 ×10-24    กรัม
 อิเล็กตรอน     มีประจุ  -1         มีมวล 9.11 × 10-24        กรัม)
4 อะตอมและโมเลกุลแตกต่างกันอย่างไร
- อะตอมเป็นอนุภาคที่เล็กที่สุดที่สามารถแสดงสมบัติของธาตุนั้น ๆ ได้
แต่โดยทั่วไปอะตอมไม่สามารถอยู่โดยลำพังได้ จะต้องรวมกับอะตอมอื่น
โดยมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมกลายเป็นโมเลกุลของสาร
- โมเลกุลของสารเป็นหน่วยย่อยที่สุดของสารที่สามารถอยู่ได้อย่างอิสระ
เกิดจากการรวมกันของอะตอมตั้งแต่ 2 อะตอมขึ้นไป
5 แก๊สไฮโดรเจน (H2 ) 1 โมเลกุล ประกอบด้วยไฮโดรเจน 2 อะตอม
จัดเป็นโมเลกุลของธาตุหรือสารประกอบ
(โมเลกุลของธาตุ)
6 น้ำ (H2 O) แก๊สออกซิเจน (O2 ) กลูโคส (C6 H12 O6 ) และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 )
จัดเป็นโมเลกุลของธาตุหรือสารประกอบ เพราะเหตุใด
(โมเลกุลของธาตุ คือ แก๊สออกซิเจน (O2 )
โมเลกุลของสารประกอบ คือ น้ำ (H2 O)
กลูโคส (C6 H12 O6 ) และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ))

ได้ข้อสรุป ดังนี้

 “อะตอม คือ อนุภาคที่เล็กที่สุดของสสารที่สามารถแสดงสมบัติเฉพาะตัวของธาตุชนิดนั้น ๆ ได้
แต่อะตอมไม่สามารถอยู่ได้อย่างอิสระโดยลำพัง ประกอบด้วยอนุภาคมูลฐานของอะตอม 3 ชนิด
คือ โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โดยโปรตอนและนิวตรอนอยู่ในนิวเคลียสของอะตอม 
และมีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่รอบ ๆ นิวเคลียสอย่างรวดเร็ว
โมเลกุล คือ หน่วยที่ย่อยที่สุดของสารที่สามารถอยู่ได้อย่างอิสระ
เกิดจากการรวมกันของอะตอมตั้งแต่ 2 อะตอมขึ้นไป แบ่งเป็น

โมเลกุลของธาตุ เช่น แก๊สออกซิเจน (O2) แก๊สไนโตรเจน (N2) และ

โมเลกุลของสารประกอบ เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) น้ำ (H2O) ”    


กิจกรรม เรื่องสมบัติของสารประกอบ 

1 ปัญหาของการทดลองนี้คืออะไร
(โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (ด่างทับทิม) เป็นธาตุหรือสารประกอบ)
2 เมื่อเผาโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต จงคาดคะเนผลการทดลองต่อไปนี้
1) ลักษณะโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตก่อนเผาและหลังเผาเหมือนหรือต่างกัน อย่างไร
(ต่างกัน คือ หลังเผาน่าจะกลายเป็นสีดำ)
2) เมื่อทดสอบแก๊สที่เก็บได้จากการเผาโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตด้วย
ก้านธูปที่เป็นถ่านแดงจะให้ผลเช่นไร
(จะมีเปลวไฟลุกติดขึ้นมา)
3) เมื่อหยดน้ำกลั่นลงในของแข็งที่เหลือจากการเผาแล้วเป็นอย่างไร
(จะมีสารบางส่วนละลายน้ำได้ บางส่วนไม่ละลายน้ำ)

3 การทดลองนี้นักเรียนควรระมัดระวังอะไรบ้าง
(- เมื่อจะดับไฟควรนำสายยางออกจากอ่างน้ำก่อน เพื่อไม่ให้น้ำไหลกลับเข้าไป
 ในหลอดทดลองหลังจากดับไฟ
- ควรระมัดระวังก้านธูปไม่ให้ไปจี้โดนเพื่อน อาจได้รับอันตรายได้)

1 ผลการทดลองเป็นไปตามที่คาดคะเนหรือไม่ อย่างไร
(เป็นไปตามที่คาดคะเนไว้ คือ เมื่อเผาด่างทับทิมจะได้แก๊สที่ช่วยให้ไฟติด
ของแข็งสีดำไม่ละลายน้ำ และของแข็งสีเขียว ละลายน้ำได้)
2 โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตก่อนเผา และหลังเผามีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร
(ก่อนเผาเป็นของแข็งสีชมพูอมม่วง ละลายน้ำได้ดี แต่หลังเผาได้สาร 3 ชนิด
คือ ของแข็งสีดำ ไม่ละลายน้ำ ของแข็งสีเขียว ละลายน้ำได้ และแก๊สช่วยให้ไฟติด)
3 นักเรียนสังเกตเห็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเผาโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตเป็นกี่ชนิด
แต่ละชนิดมีสีและสถานะเป็นอย่างไร
(3 ชนิด คือ 1. ของแข็งสีดำ ไม่ละลายน้ำ 2. ของแข็งสีเขียวละลายน้ำได้ และ
3. แก๊สไม่มีสี ช่วยให้ไฟติดได้) 
4 แก๊สที่ได้จากการเผาคือแก๊สอะไร ทราบได้อย่างไร
(แก๊สออกซิเจน เพราะมีสมบัติช่วยให้ไฟติด เมื่อทดสอบด้วยก้านธูปเป็นถ่านแดง
จึงมีเปลวไฟลุกติดขึ้นมา)
5 โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตจัดเป็นธาตุหรือสารประกอบ เพราะเหตุใด
(สารประกอบ เพราะประกอบด้วยธาตุมากกว่า 1 ชนิด 
เนื่องจากในการเผาโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตได้ผลิตภัณฑ์ 3 ชนิด 
ดังนั้น จึงจัดเป็นสารประกอบ)
6 จงสรุปผลการทดลอง
(เมื่อเผาโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตจะได้ผลิตภัณฑ์เป็นสารใหม่ 3 ชนิด
แสดงว่าสารโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตประกอบด้วยธาตุมากกว่า 1 ชนิด
จึงจัดโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตเป็นสารประกอบ)
7 จงบอกความหมายของธาตุและสารประกอบพร้อมทั้งยกตัวอย่างธาตุและสารประกอบ
ที่พบในชีวิตประจำวันมาอย่างละ 3 ชนิด
(ธาตุ คือ สสารที่ประกอบด้วยอนุภาคเพียงชนิดเดียว 
ไม่สามารถนำมาแยกสลายให้กลายเป็นสารอื่น ๆ ได้ โดยวิธีการทางเคมี 
เช่น คาร์บอน (C) อะลูมิเนียม (Al) กำมะถัน (S) 
ส่วนสารประกอบ คือ สารบริสุทธิ์ที่เกิดจากการรวมตัวกันทางเคมีของธาตุมากกว่า 1 ชนิด
ในอัตราส่วนที่คงที่ เช่น น้ำ (H2O) น้ำตาลกลูโคส (C6H12O6) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ))

สรุปผลการทำกิจกรรม
“สารประกอบ คือสารบริสุทธิ์ที่เกิดจากการรวมตัวกันทางเคมี
ของอะตอมของธาตุมากกว่า 1 ชนิด ในอัตราส่วนที่คงที่”